Tips & Tricks

ธุรกิจต่างๆปรับตัวกันอย่างไรบ้างในยุค New Normal !

Apivit Chaiyanopakul
Apivit Chaiyanopakul
August 17, 2022

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ลากยาวมาจนถึงปัจจุบันทำให้มีธุรกิจมากมายที่ได้รับผลกระทบอย่างมากซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากมาตรการณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การล็อกดาวน์ระดับประเทศ การล็อกดาวน์ระดับจังหวัด การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และมาตรการควบคุมต่างๆในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งทำให้ธุรกิจเหล่านี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดขององค์กร วันนี้เราจะพาไปดูการปรับตัวของธุรกิจในไทยที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งหาช่องทางการขายใหม่ในยุค New Normal กัน

Major Cineplex

ธุรกิจโรงภาพยนต์ถือเป็นธุรกิจที่ได้ผลกระทบในหลายๆด้าน เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้อาศัย Content ซึ่งก็คือตัวภาพยนต์ เป็นตัวขับเคลื่อน และสถานการณ์ COVID-19 นั้นก็ได้ทำให้การถ่ายทำและการฉายภาพยนต์นั้นชะงักและถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาทีเป็นแหล่งผลิตภาพยนต์ชั้นนำให้แก่หลายๆประเทศทั่วโลก นอกจากนี้โรงภาพยนต์ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการณ์การจำกัดที่นั่งซึ่งทำให้รายได้หลักจากการขายตั๋วหายไปอย่างน่าตกใจ

ด้วยเหตุนี้เอง Major Cineplex เลยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และให้ความสนใจกับธุรกิจที่เป็น Non-movie มากขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่อยู่ในการเปิดให้เช่าเป็นสถานที่จัดงานอีเว้นต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานประชุมสัมมนา งานคอนเสิต หรือแม้กระทั่งงานแต่งก็สามารถจัดได้เช่นกัน

นอกเหนือจากการใช้เช่าพื้นที่นั้น ทาง Major Cineplex ยังได้เริ่มทำการขายป๊อปคอร์นทั้งในรูปแบบของ delivery ผ่านแอปพลิเคชั่น food delivery เพื่อจัดส่งตรงจากโรงภาพยนต์จนถึงมือของลูกค้า และยังเปิดตัวไลน์สินค้าใหม่ ซึ่งคือ ป๊อปคอร์นพรีเมี่ยม POPSTAR ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 รูปแบบได้แก่ แบบซอง, แบบเข้าไมโครเวฟ, และแบบบรรจุกระป๋อง ซึ่งวางขายผ่านทั้ง food delivery และ modern trade ตามซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมอย่างวิลล่า มาร์เก็ต และกูร์เมต์ มาร์เก็ต  และ หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า Major Cineplex นั้นทำรายได้จากการขายป๊อปคอร์น อาหารและเครื่องดื่มได้ถึง 2,000 ล้านบาทในปี 2019 ซึ่งเป็นรายได้หลักต่อจากตั๋วภาพยนต์เลยทีเดียว

Ref: brandbuffet

Thai Airways

นาทีนี้เราคงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัสจากสถานการณ์ COVID-19 นั้นคงหนีไม่พ้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลโดยตรงกับธุรกิจสายการบินที่ต้องเผชิญกับมาตรการล็อคดาวน์จากเกือบทุกประเทศทั่วโลกทำให้รายได้หลักนั้นแทบจะหายไปเลย ในขณะที่ยังต้องแบกค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาล ไม่ว่าเป็น ค่าน้ำมันเครื่องบิน ค่าตอบแทนพนักงาน ค่าเช่าเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอีกมากมาย

ซึ่งทำให้ Thai Airways นั้นต้องหันมาเพิ่งธุรกิจการขายอาหารจากฝ่ายครัวการบิน ด้วยการเปิดให้บริการสั่งอาหารจากร้าน Puff & Pie ที่มีเมนูเด็ดที่น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักซึ่งก็คือ ปาท่องโก๋การบินไทย ที่คนแห่กันไปต่อคิวเป็นชั่วโมงๆเพื่อที่จะได้รับประทาน ผ่านแอปพลิเคชั่น LINEMAN เนื่องจากความต้องการการสั่งซื้ออาหารผ่าน Food Delivery นั้นพุ่งขึ้นสูงมากๆในยุค New Normal

นอกจากนี้ Thai Airways ยังเปิดห้องอาหาร อร่อยล้นฟ้า ไม่ต้องฟินก็บินได้ ทีเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ลิ้มลองรสชาติของเมนูเด็ดทั้งอาหารและขนม ที่ปกติแล้วจะเสิร์ฟบนเครื่องเฉพาะ First Class และ Business Class เท่านั้น และ ยังมีการจำลองบรรยากาศเครื่องบินในร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศราวกับพวกเขากำลังรับประทานอาหารอยู่บนเครื่องบินเลยทีเดียว ตัวโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆล้วนเป็นสิ่งของที่ใช้จริงๆบนเครื่องบินทั้งหมด รวมถึงพนักงานในร้านก็ยังเป็นทั้งกัปตันและแอร์โฮสเตสที่ปกติทำงานบนเครื่องจริงอีก และที่มากไปกว่านั้นก็คือยังมีการนำรถบันไดสำหรับขึ้นเครื่องบินมาทำเป็นทางเข้าห้องอาหารซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารอีกด้วย

Ref: sakaradeelite

Central

เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของไวรัส COVID-19 รวมถึงมาตรการจำกัดเวลาการเปิดร้าน ทำให้ร้านค้าต่างๆที่มีหน้าร้านได้รับผลกระทบจากลูกค้าที่ลดลง และในหลายๆที่ถึงกับต้องปิดตัวร้านไป เนื่องจากเป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ผลกระทบต่างๆเหล่านี้ทำให้ร้านค้าต่างๆนั้นต้องปรับตัวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ และหนึ่งในทางออกที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นการขายของออนไลน์

บริษัท Central Retail Corporation หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า Central ที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย ได้มีการเตรียมตัวเกี่ยวกับการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่ช่วงก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสเสียอีก โดยออกคอนเซ็ปใหม่ซึ่งคือ New Central New Retail ที่จะลงทุนในช่องทาง omnichannel  ซึ่งเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งปรับใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างลงตัวเพราะทำให้ผู้ซื้อที่ไม่สามารถออกบ้านได้นั้นสามารถได้รับประสบการณ์การซื้อขายที่สะดวกและตรงต่อความต้องการมากที่สุด โดยการที่ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าของ Central ได้ทั้งหมด 8 รูปแบบกันเลยที่เดียว

  1. Shop Online - บริการขายผ่านเวปไซต์
  2. Mobile Application - บริการขายผ่านแอปฟลิเคชั่นมือถือ
  3. Click & Collect - บริการสั่งจองออนไลน์ และรับสินค้าที่จุดบริการ
  4. Shop & Drive Thru - บริการสั่งสินค้า และรับสินค้าแบบ Drive Thru
  5. E-ordering - บริการสั่งสินค้าที่ไม่มีในร้านด้วยการเข้าถึงคลังข้อมูลสินค้าของสาขาอื่นๆ
  6. Call & Shop - บริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัวผ่านการโทรศัพท์
  7. Chat & Shop - บริการส่งข้อความตอบโต้แบบทันทีเพื่อให้ข้อมูลคำแนะนำต่างๆแก่ลูกค้า
  8. Shop via Facebook - บริการสั่งสินค้าผ่านทาง Facebook Live
Ref: thestandard

Kaikong.Live เครื่องมือช่วยไลฟ์และจัดการหลังบ้านที่ดีที่สุดสำหรับร้านค้าขายของที่ครบครัน คุ้มค่า และจบในเครื่องมือเดียว

สมัครตอนนี้รับฟรี สิทธิ์ในการใช้เครื่องมือ Kaikong.Live ฟรี! เป็นเวลา 1 เดือน อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เพียงแอดไลน์ ตรงนี้ >>รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน

Tips & Tricks
Share Kaikong.live
Apivit Chaiyanopakul
เขียนโดย
Apivit Chaiyanopakul
Business Development at Kaikong.live
Kaikong.live
มิติใหม่แห่งการไลฟ์อยู่ที่นี้แล้วด้วย เครื่องมือช่วยไลฟ์ขายของที่ครบครัน  
คุ้มค่า และจบในเครื่องมือเดียว
เริ่มใช้งานขายของ.ไลฟ์
อ่านเพิ่มเติม